Monday, January 30, 2017

ข้าราชการกับจริยธรรมพื้นฐาน



ข้าราชการกับจริยธรรมพื้นฐาน
        ในช่วงที่ผ่านมามีเหตุการณ์หลายอย่างที่กระทบความรู้สึกของคนไทยหมู่ใหญ่ จนกระทั่งมีการเรียกร้องให้ทบทวนถึงจริยธรรม คุณธรรมของข้าราชการ

         คำถามที่ตามมาคือ อะไรจะเป็นตัววัดถึงคุณธรรม จริยธรรมดังกล่าว

         คำตอบของแต่ละท่านอาจจะไม่เหมือนกัน ตามความรู้สึกหรือความคุ้ยเคยกับเรื่องราวต่าง ๆ รวมทั้งการมองปัญหาและแนวทางแก้ไขที่ต่างกันออกไป


         ในมุมมองของผู้เขียนในฐานะของผู้นับถือพระพุทธศาสนา มองว่าจริยธรรมพื้นฐานของชาวพุทธ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือคนในอาชีพไหนก็ตาม ตัววัดที่ชัดเจนถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์แท้จริงแล้วคือ ศีล ๕

         เพราะการละเมิดหรือไม่ได้รักษาศีล ๕ ให้เป็นปกติ ทำให้เกิดเรื่องราวที่สะเทือนขวัญบ้าง ก่อให้เกิดความอับอายบ้าง หรือทำให้เกิดความเดือดร้อนในสังคมบ้าง ยกตัวอย่างให้เห็นภาพสักนิด


         เพราะการไม่รักษาศีลข้อ ๑ คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ ตัดชีวิต เราจึงพบว่า มีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฆ่าคนตาย เช่น คดีอุ้มฆ่าสาวทอม


         เพราะการไม่รักษาศีลข้อ ๒ คือ เว้นจากการลักทรัพย์ จึงมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับรองอธิบดี ไปขโมยภาพที่ประเทศญี่ปุ่น ทำให้เป็นที่อับอายขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง


         เพราะการไม่รักษาศีลข้อ ๓ คือ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม จึงมีข้าราชการผู้ใหญ่หลายท่าน ทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าว มีภริยาหลายคน บางท่านก็เป็นข่าวใหญ่โต ถึงกับภริยาหลวงออกมาตัดพ้อต่อว่า ทั้งที่เรื่องนี้นอกจากจะผิดศีลแล้ว ยังผิดวินัยข้าราชการด้วย


         เพราะการไม่รักษาศีลข้อ ๔ คือ เว้นจากการพูดเท็จ จึงทำให้ข้าราชการอาศัยอำนาจที่ตนมีอยู่ หาเรื่องราษฎรได้ ล่าสุดแม้กระทั่งพระยังถูกตั้งข้อหาที่ไม่เป็นธรรม แล้วยังให้การที่เป็นเท็จอีก ก็คงต้องดูกันว่า เมื่อถึงเวลาขึ้นศาล แล้วต้องกล่าวคำสาบานว่า จะให้การไปตามความเป็นจริง จะให้การว่าอย่างไร ที่แน่ ๆ คำพูดที่สาบานสาปแช่งตนเองไว้ ผลนั้นจะย้อนกลับมาหาแน่นอน เพียงแต่จะช้าหรือเร็ว ผู้เขียนเห็นตัวอย่างมาหลายรายแล้ว ขอยืนยัน


        ส่วนศีลข้อ ๕ คือ เว้นจากการเสพของมึนเมา อันนี้คงไม่ต้องหาตัวอย่างมาอธิบายประกอบอะไร เพราะเป็นสิ่งที่เห็นกันอยู่แล้วว่า เมื่อมีการสังสรรค์ในวงราชการ ก็หนีไม่พ้นจากเรื่องเหล้ายาปลาปิ้ง


         จากจุดเริ่มต้นของการไม่รักษาศีล ๕ ดังกล่าว จะนำมาซึ่งความผิดที่ใหญ่ขึ้น จนถึงการทุจริตระดับชาติ ยิ่งมีตำแหน่งสำคัญ ใหญ่โตมากเท่าไร หากขาดคุณธรรมแล้ว โอกาสที่จะใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อการทุจริต รวมทั้งหาผลประโยชน์ ปกป้องสมาชิกในครอบครัวตนเองก็จะยิ่งมีสูงขึ้นไปตามลำดับ โดยไม่สนใจว่าสังคมหรือประเทศชาติจะเดือดร้อนอย่างไร


         ดังนั้นหากต้องการจะแก้ปัญหาเรื่องทุจริต คดโกง จริง ๆ แล้ว อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องอะไรที่ไกลตัวมากนัก ให้ย้อนกลับมาทำแบบสอบถามตนเองว่า ณ วันนี้ มีศีล ๕ ครบถ้วนแล้วหรือยัง ลองให้คะแนนศีลแต่ละข้อเป็น ๒๐ คะแนน หากครบทั้ง ๕ ข้อ ก็จะได้ ๑๐๐ คะแนน นั่นแสดงถึงความเป็นคนที่สมบูรณ์ แต่หากขาดไปมากเท่าไร ความเป็นคนก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ

         ขอให้ข้าราชการทุกท่านได้ลองทำดู แล้วท่านจะได้คำตอบว่า


ท่านเป็นข้าราชการที่มีจริยธรรมหรือไม่?







อนาคาริก
01/30/17

25 comments:

  1. เป็นชายก็ให้บวชก่อน 1 พรรษาถึงจะขึ้นเป็นข้าราชการระดับสูงได้ เป็นหญิงก็ให้ไปถือศีลที่วัด 3 เดือน

    ReplyDelete
  2. เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งอย่างน้อยศีล5ต้องครบ
    จะให้ครบบริบูรณ์ ก็ต้อง เข้าวัด ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ

    ReplyDelete
  3. ศีลธรรมค้ำจุนโลก เมื่อผู้บริหารบ้านเมือง ขาดศีลธรรมประจำใจ สังคมก็จะเข้าสู่ความวุ่นวาย และล่มสลายในที่สุด ไทยจะยังคงเป็นความเป็นไทย และเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลกไปได้นานอีกซักแค่ไหนหนอ แล้วเราจะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆหรือคะ ??? เศร้าใจจังค่ะ

    ReplyDelete
  4. ศีล ๕ น่ะ มันจำเป็นกับทุกชีวิตเลย

    ReplyDelete
  5. คุณธรรมอย่างน้อยต้องศีลห้าครับ

    ReplyDelete
  6. ต้องเข้าใจกฏแห่งกรรมก่อนเลยค่ะ

    ReplyDelete
  7. ต้องเข้าใจกฏแห่งกรรมก่อนเลยค่ะ

    ReplyDelete
  8. คงต้องปลูกผังให้เด็กรุ่นใหม่แทนคนเก่าอายุมากสอนยากแล้ว ดื้อ แถมพาล ต้องฝากความหวังกับคนรุ่นใหม่แล้วละนะ

    ReplyDelete
  9. ถ้าคนมีศีลธรรม มาทำอาชีพอะไรก็ไม่มีปัญหา ถ้าคนไร้ศีลธรรมสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคม ดังที่เราเห็นได้จากสือ ถ้าจะสร้างสังคมศีลธรรมให้พระสงฆ์ท่านเป็นผุ้นำ อบรมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิ แล้วทุกอย่างจะดีเอง

    ReplyDelete
  10. คนในสังคมเสื่อมจากศีลธรรมมากขึ้นทุกวัน รัฐควรเร่งสนับสนุนส่งเสริมโครงการหมู่บ้านรักษาศีลห้า อย่างจริงจัง หากต้องการเห็นสังคมสงบสุขจริง
    ทรัพย์สินเงินทองมากมายแค่ไหน ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ มีแต่ #บุญ กับ #บาป เท่านั้นที่จะตามติดเป็นเงาตามตัว

    ReplyDelete
  11. คนในสังคมเสื่อมจากศีลธรรมมากขึ้นทุกวัน รัฐควรเร่งสนับสนุนส่งเสริมโครงการหมู่บ้านรักษาศีลห้า อย่างจริงจัง หากต้องการเห็นสังคมสงบสุขจริง
    ทรัพย์สินเงินทองมากมายแค่ไหน ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้ มีแต่ #บุญ กับ #บาป เท่านั้นที่จะตามติดเป็นเงาตามตัว

    ReplyDelete
  12. ศีล สำคัญมากค่ะเรามารักษาศีลกันนะคะ

    ReplyDelete
  13. คุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงแล้ว คือ ศีล 5 ค่ะ

    ReplyDelete
  14. คุณค่าของความเป็นมนุษย์ที่แท้จริงแล้ว คือ ศีล 5 ค่ะ

    ReplyDelete
  15. เป็นมนุษย์ทุกคนต้องมีศิล

    ReplyDelete
  16. เพราะผู้นำชอบทำเป็นตัวอย่าง
    เพราะมัวอ้างอำนาจคนอื่นให้
    เพราะผู้นำขี้ขลาดจนเกินไป
    เพราะอย่างนี้จึงได้ไม่เจริญ
    เพราะผู้นำทำตัวสำคัญผิด
    เพราะไปติดลาภยศและสรรเสริญ
    เพราะไปหลงอำนาจจนทำเกิน
    เพราะประเมินตนผิดติดจนตาย
    เพราะอย่างนี้พี่น้องต้องร่วมด้วย
    เพราะต้องช่วยกันก่อนชาติเสียหาย
    เพราะทุกท่านก็คิดไม่อยากอาย
    เพราะกลางใจอยากให้ชาติไทยเจริญ...

    ReplyDelete
  17. ศีลคือ การกระทำปกติ ผิดไปจากนี้ คือไม่ปกติ

    ReplyDelete
  18. ศีลครบ5ข้อก็เป็นมนุษย์เต็มร้อย ถ้าศีลไม่ครบ5ข้อความเป็นมนุษย์ก็ไม่เต็มร้อย คิดง่ายมากชิวๆ

    ReplyDelete
  19. การรักษาศีล5 ช่วยรักษาความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์ และเป็นคนมีคุณภาพเต็มร้อย นำความสงบสุขมาให้ตัวเองและสังคม ถ้าไม่รักษาศีล5 จะนำความเดือดร้อนและอันตราย มาสู่ตัวเอง ทั้งชาตินี้และชาติหน้าเอย.

    ReplyDelete
  20. สาธุค่ะ เพียงแค่ทุกคนรักษาศีล 5 ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเราก็รู้สึกปลอดภัยเหมือนกับอยู่บ้านเราเองค่ะ

    ReplyDelete
  21. เห็นด้วยกับบทความค่ะ ทุกคนควรมีศีลและธรรมค่ะ ถึงจะเป็นข้าราชการที่ดีค่ะ

    ReplyDelete