Wednesday, January 25, 2017

กระดุมเม็ดแรกจะติดผิดหรือไม่...ใครกำหนด



กระดุมเม็ดแรกจะติดผิดหรือไม่...ใครกำหนด
         เนื่องจากบ้านเมืองเราใช้ระบบกล่าวหาซึ่งอาจมีหลายท่านยังสงสัยว่า ระบบกล่าวหาคืออะไร ก็ขอกล่าวโดยสรุปว่า ระบบกล่าวหามีลักษณะสำคัญคือ ศาลมีบทบาทจำกัดเป็นเพียงผู้ตัดสินคดีเท่านั้น ไม่มีอำนาจในการสืบพยานเพิ่มเติมหรือช่วยคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแสวงหาพยานหลักฐาน แม้ว่าจะมีกฎหมายบางมาตราระบุให้อำนาจศาล แต่ศาลก็มักจะไม่ได้ใช้อำนาจดังกล่าว ดังนั้นเมื่อมีคดีเกิดขึ้น จึงเริ่มต้นโดยการมี

         ๑. ผู้แจ้งความหรือผู้ร้องทุกข์

         ๒. ผู้ถูกแจ้งความหรือผู้ต้องหา

         ๓. ข้อหาหรือความผิดที่ผู้ต้องหาได้กระทำหรือถูกสงสัยว่าได้กระทำ


         เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีบุคคลสำคัญที่หนีไม่พ้นจะต้องรับผิดชอบในการติดกระดุมเม็ดแรกก็คือ พนักงานสอบสวน

         ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงต้องเป็นบุคคลที่แม่นในตัวบทกฎหมาย คือ ต้องเข้าใจในองค์ประกอบของกฎหมายอย่างชัดแจ้ง เช่น การตั้งข้อหาว่าหญิงสาวสองคนซึ่งมีหน้าที่การงาน มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ตั้งใจสร้างบุญ ทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา ว่ากระทำความผิดอั้งยี่ ซ่องโจร ยุยงปลุกปั่น ทำให้เป็นภัยต่อความมั่นคง เหล่านี้มันสมควรหรือไม่ ก็ต้องไปแยกองค์ประกอบให้ชัดเจนว่าอั้งยี่ ซ่องโจรหรือการยุยงปลุกปั่นนั้น มีองค์ประกอบอย่างไร


         หรือการไปตั้งข้อหาพระว่าไปขัดขวางเจ้าพนักงานทั้งที่ท่านเข้าไปสอบถามว่ามาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ อย่างนี้ก็ต้องไปศึกษาเช่นกันว่า มันจะเข้าองค์ประกอบความผิดหรือไม่ ก็ต้องถามว่าหากมาโดยไม่ได้แสดงตัว ไม่มีอะไรที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเจ้าหน้าที่ จะเข้าองค์ประกอบหรือไม่


         หรือแม้รายละเอียดในคดีก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น เรื่องของครูแพะ หากเป็นจริงตามที่ปรากฏในข่าวว่า ในสำนวนการสอบสวน ไม่มีการระบุว่าผู้ที่ขับรถชนมอเตอร์ไซด์ เป็นหญิงหรือชาย เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่ถือว่าพลาดมาก เพราะรายละเอียดของผู้กระทำความผิด เป็นประเด็นสำคัญของคดี ยิ่งมีรายละเอียดมากเท่าไร ยิ่งจะทำให้หาตัวผู้กระทำความผิดได้ง่าย ซึ่งเป็นเรื่องปกติว่า หากมีการทำผิดเกิดขึ้น โดยหลักก็ต้องสอบถามรูปพรรณ สัณฐานของผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องสงสัย เป็นต้น


         ดังนั้นในการติดกระดุมเม็ดแรก บุคคลที่จะต้องรับผิดชอบคือ พนักงานสอบสวน จึงต้องระมัดระวังในการใช้กฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมและถูกต้องที่สุด มิฉะนั้นเราคงจะได้เห็น “ แพะ” เต็มบ้านเต็มเมืองกันต่อไป


         ที่สำคัญคือ จะต้องปฏิบัติการ “ตามหน้าที่” ไม่ใช่ “ตามใบสั่ง” เพราะการติดกระดุมเม็ดแรกผิดจะส่งผลร้ายอย่างมหันต์ต่อผู้ต้องหา โดยเฉพาะตาสีตาสา ที่ไม่มีความรู้ ไม่มีเงินจ้างทนาย ไม่มีอิทธิพลที่จะหาคนมารับผิดแทนได้ นอกจากต้องสูญเสียอิสรภาพแล้ว ยังต้องเสียความยอมรับนับถือ เป็นที่รังเกียจของคนในสังคม เสียหายต่อหน้าที่การงาน รวมทั้งความทุกข์ที่เกาะกุมจิตใจจากการถูกตราหน้าว่า “ไอ้ขี้คุก”


         จงเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วพนักงานสอบสวนจะรู้ว่า ควรจะติดกระดุมเม็ดแรกอย่างไร






อนาคาริก
01/25/17

40 comments:

  1. ต้องอาศัยสื่อsocial media กระจายความจริงให้สังคมรับทราบให้ได้มากที่สุดคะ_สื่อกระแสหลักใช้ไม่ได้_ต้องใช้สื่อกระแสจิตกันแล้วคะ

    ReplyDelete
  2. ลุงศรีเลย ชอบจริงไรจริงกับระบบกล่าวหา

    ReplyDelete
  3. เมื่อกรรมยังไม่ส่งผล ผู้มีอำนาจคิดว่าบาปนั้นหอมหวลนัก

    ReplyDelete
  4. เห็นใจคุณครูจังค่ะไม่ได้รับคว่มเป็นธรรมเลยค่ะ

    ReplyDelete
  5. พื้นฐานของใจสำคัญถ้าได้ขัดเกลาทุกวันด้วย ทาน ศีล ภาวนา ไม่ว่าจะทำตำแห่งใดๆ เมื่อเข้าไปอยู่ในใจแล้ว ก็ จะมีความเป็นธรรม เอาใจเขามาใส่ใจเรา โลกก็มีแต่ความสันติสุข สงครามก็ไม่มีค่ะ

    ReplyDelete
  6. ถึงติดใหม่...สิ่งที่เสียไปก็ย้อนไปไม่ได้อยู่ดี...

    ReplyDelete
  7. ติดผิดบ่อย ๆ ไม่ดีแน่นอน ฟ้องว่าไม่ปกติ

    ReplyDelete
  8. ติดผิดบ่อย ๆ ไม่ดีแน่นอน ฟ้องว่าไม่ปกติ

    ReplyDelete
  9. แล้วยังจะมีแพะอีกเท่าไรในคุก พนักงานสอบสวนควรมีศีล 5 เป็นปกติ เสียดายสิ่งที่วัดพระธรรมกายทำอยู่นั้นคือการแก้ปัญหาสังคมแบบถาวรและครบวงจร แต่กลับมองว่าผิด

    ReplyDelete
  10. หยุดระบบกล่าวหาโดยไม่มีมูลได้แล้ว

    ต้องมีการทำโทษผู้กล่าวหาคนบริสุทธิ์

    ต้องรับโทษมากกว่าชาวบ้านสัก10เท่าดว้ย

    ReplyDelete
  11. พนักงานสอบสวนควรจะประพฤติศีล5ข้อให้ได้ก่อน ถ้าได้ทุกอย่างก็จะไม่มีปัญหา ฟันธง

    ReplyDelete
  12. เป็นช่องทางให้เกิดการคอรัปชั่น ใครมีเงินมีอำนาจก็ลอยนวล ส่วนแพะก็ได้แต่ แบะๆ

    ReplyDelete
  13. เป็นช่องทางให้เกิดการคอรัปชั่น ใครมีเงินมีอำนาจก็ลอยนวล ส่วนแพะก็ได้แต่ แบะๆ

    ReplyDelete
  14. อยากเห็นตำรวจมีศีลธรรมมากกว่านี้ สังคมจะได้สงบสุข

    ReplyDelete
  15. ไม่รู้ยุคนี้ยุคอะไร คนดี ๆ อยู่ไม่ได้ ห้ามดี ห้ามเด่น ห้ามเก่ง ห้ามมีคนศรัทธาแยอะ เพลีย!!!

    ReplyDelete
  16. เป็นยุค ที่คน เข้าใจผิด เกี่ยวกับ ดี และ ชั่ว แยกไม่ออกกัน

    ReplyDelete
  17. เป็นยุค ที่คน เข้าใจผิด เกี่ยวกับ ดี และ ชั่ว แยกไม่ออกกัน

    ReplyDelete
  18. การทำงานแบบมักง่ายของ ตร./พนักงานสอบสวน แบบสุกเอาเผากิน เป็นกระบวนการถ่วงความเจริญของประเทศจริงๆค่ะ คนเดือดร้อนเสียหายและไร้ที่พึ่งคือประชาชน #ปฏิรูปการทำงานของตำรวจและกระบวนการยุติธรรมของไทย เถอะค่ะ ก่อนจะเลวร้ายยิ่งขึ้นไปกว่านี้ค่ะ

    ReplyDelete
  19. คิดว่าส่วนงานไหนควรจะปฏิรูปก่อนกัน?

    ReplyDelete
  20. คิดว่าส่วนงานไหนควรจะปฏิรูปก่อนกัน?

    ReplyDelete
  21. ปัญหาไม่ได้อยู่ที่กฏหมาย ปัญหาอยู่ที่คนไม่มีศีลธรรมในการใช้กฏหมาย เลยเพี้ยนกันไปหมด คนที่ไม่มีศีลธรรมไม่ควรได้เป็นใหญ่รังแต่จะนำความเดือดร่อนมาสู่สังคม

    ReplyDelete
  22. ก็ยังเชื่อเสมอมาว่า..สุดท้ายแล้วการทำดีก็ยังจะได้รับผลดีๆตามมาและการทำชั่วแน่นอนผลกรรมชั่วก็ย่อมรอส่งผลด้วยเช่นกัน..นี่คือความจริงของชีวิตที่คุณๆจะลิขิตให้เกิดขึ้นกับตนเองได้

    ReplyDelete
  23. แก้ไขด้วยการติดกระดุมเม็ดแรกใหม่ ติดใหม่ก็ติดให้ถูกนะ

    ReplyDelete
  24. ติดกระดุมเม็ดแรกผิดก็ว่าแย่แล้ว ที่แย่กว่านั้นคือถึงรู้ว่าผิดยังดื้อรั้นดันทุรังให้คนอื่นแก้
    ตร.ควรพิสูจน์ตัว แม้ทำผิด_เป็นลูกผู้ชาย ต้องยอมรับ
    ไม่ใช่แถ_ไปเรื่อยๆ

    ReplyDelete
  25. ผู้ที่มุ่งทำลายล้างพระพุทธศาสนาทำร้ายพระภิษุสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ วิบากกรรมนั้นหนักนักหนา จะนำความวิบัติมาสู่ผู้กระทำและคณะอย่างรวดเร็ว

    ReplyDelete
  26. ผู้ที่มุ่งทำลายล้างพระพุทธศาสนาทำร้ายพระภิษุสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ วิบากกรรมนั้นหนักนักหนา จะนำความวิบัติมาสู่ผู้กระทำและคณะอย่างรวดเร็ว

    ReplyDelete
  27. ฝ่ายพระก็ทำหน้าที่ของพระ
    ฝ่ายมารก็ทำหน้าที่ของมาร

    ReplyDelete
  28. ดูเหมือนว่า คนในปัจจุบัน ไม่สนใจ บาปหรือบุญ และไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดตามมา สนใจอย่างเดียว คือต้องทำให้ได้แค่นั้น ต้องทำให้ได้

    ReplyDelete
  29. อ่านแล้วสะท้อนใจ..ในสังคมไทย!

    ReplyDelete
  30. อ่านแล้วสะท้อนใจ..ในสังคมไทย!

    ReplyDelete
  31. อยากเห็นเจ้าหน้าทีมีศิลธรรมให้มากกว่านี้ค่ะอ่านแล้วสะทอ้นใจมากในสังคมไทยทุกวันนี้

    ReplyDelete
  32. ถ้าคนเรามีศิลธรรมอยู่ที่ไหนก็เจริญค่ะ

    ReplyDelete
  33. อำนาจเหมือนมีดสองคม บางครั้งทำให้หน้ามืดตามัว จนติดกระดุมผิดๆถูกๆ เสียทั้งความน่าเชื่อถือ เสียความเป็นคนและเสียเวลาในการปรับปรุงแก้ไข ขอเตือนผู้มีอำนาจในมือทั้งหลาย จงอย่าเหลิงอำนาจจนไร้มนุษยธรรม

    ReplyDelete
  34. อำนาจเหมือนมีดสองคม บางครั้งทำให้หน้ามืดตามัว จนติดกระดุมผิดๆถูกๆ เสียทั้งความน่าเชื่อถือ เสียความเป็นคนและเสียเวลาในการปรับปรุงแก้ไข ขอเตือนผู้มีอำนาจในมือทั้งหลาย จงอย่าเหลิงอำนาจจนไร้มนุษยธรรม

    ReplyDelete
  35. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete
  36. น่ากลัววิบากกรรมนะ

    ReplyDelete
  37. ใครที่ชักนำให้คนเกลียดพระ เกลียดวัด ใส่ร้ายป้าย ทำลายพระพุทธศาสนา จะเกิดบาปมหันต์ ที่ไม่มีใครหนีพ้นกฎแห่งกรรมเอย.

    ReplyDelete
  38. เริ่มต้นใช้ระบบกล่าวหาแล้ว นะบบความยุติธรรมจะเกิดได้อย่างไร

    ReplyDelete