Sunday, September 25, 2016

สำรวจกะลาแลนด์



สำรวจกะลาแลนด์


ณ กะลาแลนด์แดนสนธยา เวลาย่ำค่ำ

     ผู้คนกำลังวุ่นวายอยู่กับการเดินทาง แม้จะค่ำแล้ว แต่แสงไฟก็ยังสว่างไสว ราวกับว่าไม่มีกลางคืนกลางวัน

     เหนือท้องฟ้าที่ขมุกขมัว ยานอวกาศลอยนิ่งอยู่ไม่ไกลนัก สายตาหลายคู่จ้องมองลงมา พวกเขาเฝ้าดูพฤติกรรมของมนุษย์มาหลายเพลาแล้ว



     กัปตันจอนนี่ : ข้าสงสัยพฤติกรรมของมนุษย์ยิ่งนัก แม้ข้าจะศึกษาพวกเขามาระยะหนึ่งแล้วก็ตาม ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ หากเป็นไปได้ข้าอยากรู้ว่า พวกเขาคิด พูด ทำอย่างไร

     เตย่า :ไม่เห็นจะยากเลยท่าน ก็ส่งพวกข้าไปสังเกตพฤติกรรมของพวกเขาก็ได้นี่นา

     กัปตันจอนนี่ : อืม เป็นความคิดที่ดี แต่ข้าก็เป็นห่วงเนื่องจากพฤติกรรมของมนุษย์ซับซ้อนมาก ไม่เหมือนพวกเราที่คิดอย่างไร พูดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น แต่พวกเขาคิดอย่าง พูดอย่าง แล้วก็ทำอีกอย่าง

     แอปเล่ : ‘yhogvkw’f (อุ้ย ขอภัย ใส่เครื่องแปลภาษาก่อน) งั้นเอาไงดีหล่ะท่าน

     กัปตันจอนนี่ : งั้นพวกเจ้าตามข้าไปที่ห้องสักการะเทพเจ้า



ณ ห้องสักการะเทพเจ้า

     กัปตันจอนนี่ : ขอให้พวกเจ้ากล่าวคำปฏิญาณต่อองค์มหาเทพตามข้า

     -hk-v.shly9pNxDbPkI;jk-hk0tw, oeob lypw,jfu-v’,o6KpN,kl^js,^j8ItFfpgfHf-kf)

     (ข้าขอให้สัตย์ปฏิญาณว่าข้าจะไม่นำนิสัยไม่ดีของมนุษย์มาสู่หมู่คณะโดยเด็ดขาด)

เอาหล่ะ ข้าให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งทิวา ไปดูสิว่าเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หนึ่งทิวาผ่านพ้น


     กัปตันจอนนี่ : เป็นไงกันบ้าง ทำไมพวกเจ้าทำหน้าแปลก ๆ มีทั้งทำหน้างง ๆ มีทั้งทำหน้าสลด แต่เดี๋ยวก่อน พวกเจ้าไปเข้าห้องชำระล้างอกุศลก่อน แล้วรีบไปพบข้าที่ห้องประชุม

ณ ห้องประชุม

     อาททิตี้ : โอย เข็ดแล้วท่านหัวหน้า แค่เวลาไม่นาน ข้าอึดอัดมาก ข้าไม่เข้าใจว่ามนุษย์เขาอยู่กันได้อย่างไร เขาเป็นอย่างท่านหัวหน้าพูดจริง ๆ บางคนยิ้มแย้มคุยกัน แต่ในใจกลับคิดว่าอย่าเผลอนะ เผลอเมื่อไร จะเลื่อยขาเก้าอี้ ข้าไม่เข้าใจ เขาก็ไม่มีเลื่อย จะเลื่อยขาเก้าอี้ได้ไง

     กัปตันจอนนี่ : เหอ ๆ ๆ เอ้า มายดี้ ว่าไปซิ เจ้าไปเจอะเจอเหตุการณ์หรือคำพูดอะไรแปลก ๆ บ้าง



     มายดี้ : ข้าไปเจอคำว่า “ มีคนทำให้ตายแต่ไม่ใช่ฆาตกรรม ” ข้างงมากท่านมันยังไงกัน

     กัปตันจอนนี่หัวเราะเบา ๆ: ก็แค่เล่นคำ บนดวงดาวของเราไม่มีคำพวกนี้ เขาหมายถึงไม่มีเจตนาฆ่า จึงไม่ใช่การฆาตกรรม แต่อาจจะสนิทสนมคุ้นเคยมากไปหน่อยเลยหยอกกันแรงหรือเซไปเซมา ชนท่อนเหล็กท่อนไม้หุ้มผ้าหรือรองเท้า ทำให้ซี่โครงหัก ตับแตกได้


     กัปตันจอนนี่ : เอ้าต่อไป อวนนี่ เจ้าไปเจออะไรเข้าบ้างหล่ะ

     อวนนี่ :ข้าก็งงเช่นกัน ข้าไปเจอน้ำท่วมทั่วเมืองเลย แต่ผู้ดูแลเขาทำให้ข้าสับสน เขาบอกว่า ไม่ใช่น้ำท่วม แค่น้ำรอระบาย ที่สำคัญเขาจะเอาผิดย้อนหลังกับอดีตท่านผู้นำ ซึ่งเป็นฟีเมลด้วยหล่ะ ข้าเลยแอบไปแตะที่แหล่งความคิดของคนที่ดูแลเกี่ยวกับน้ำ ข้าพบสิ่งที่น่าเศร้าใจว่า แท้จริงในช่วงนั้นหากปล่อยน้ำตามปกติก็ไม่มีปัญหา แต่มีคนสั่งไม่ให้ปล่อย จนน้ำมากเต็มที่ ค่อยให้ปล่อย เพื่อจะทำลายอดีตท่านผู้นำฟีเมลด้วย

     กัปตันจอนนี่ : ดีนะ ที่เจ้าไม่เจาะลึกว่าใครสั่ง ไม่งั้นยุ่งแน่ เอ้าต่อไป ไกลี่เจ้าเป็นไงบ้าง


     ไกลี่ :ข้าไปเจอเรื่องงง ๆ เช่นกัน ที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้นำฟีเมลด้วย ก็เรื่องจำนำข้าว จริง ๆ ข้าก็ไม่เข้าใจนะว่าคำว่าจำนำนี่คืออะไร แต่สงสัยว่า ทำไมจะต้องเอาผิดกับเขา ข้าเลยไปแตะที่แหล่งความคิดของผู้ดูแลเรื่องนี้ ในหัวของเขาบอกข้าว่า แท้จริงข้าวไม่ได้เสีย หากข้าวเสียจะมีข้าวขายให้ต่างแดนได้อย่างไร และก็เหตุผลเดียวกันคือ ต้องการทำลายท่านอดีตผู้นำฟีเมล

     กัปตันจอนนี่ : อืม แปลกมาก ที่ดวงดาวของเราจะให้เกียรติฟีเมลมาก แต่ที่ดินแดนนี้ กลับรังแกฟีเมล เหอะ มารดามันเถอะ(เพิ่งอ่านกำลังภายในจบ) เอ้า แล้วเจ้าหล่ะ โอนานอง



     โอนานอง: ข้าไปได้ยินชาวบ้านเขาใช้คำว่า “ ขี่ช้างจับตั๊กแตน ” คือมีกรณีใช้ยานของหน่วยอวกาศ C130 ซึ่งเห็นว่าหากขึ้นบินจะตกชั่วโมงละไม่ต่ำกว่าแสนเหรียญ เมื่อคำนวณระยะทางจากเมืองหลวงไปดินแดนทางเหนือแล้ว จะตกราวสองถึงสามแสนเหรียญ เพื่อไปเปิดที่กั้นน้ำซึ่งใช้งบประมาณเพียง 7,800 เหรียญ ข้าไม่เข้าใจอ๊ะท่าน

     กัปตันจอนนี่: อ๋อ เขาหมายถึงการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า ลงทุนมากแต่ผลที่ได้มันน้อยไง มิน่า ดินแดนนี้มันถึงเจริญยาก แล้วเจ้าหล่ะ มามิอิว



     มามิอิว :ข้าไปได้ยินคำว่า “ สองมาตรฐาน ” แรก ๆ ข้าก็ไม่เข้าใจ เพราะที่ดวงดาวของเราไม่มีคำแบบนี้ เราทำอะไรก็ตรงไปตรงมา ที่ข้ากลับมาช้า เพราะต้องไปหาข้อมูล เนื่องจากต่างที่กัน เลยพบว่า ที่ดินแดนนี้ มีความเชื่อหลายอย่าง บางความเชื่อแม้มีสาวกมากกว่าแต่อ่อนแอ จะทำอะไรก็ถูกขัดขวาง จากพวกเดียวกันบ้าง จากฝ่ายตรงข้ามบ้าง แต่อีกพวก แม้มีสาวกน้อยกว่า แต่อาศัยมีช่องทางในการดำเนินการทุกอย่างเป็นขั้นตอน ตามกฎหมาย จึงทำอะไรได้สะดวก และมีแนวโน้มว่าคงจะหาทางขจัดอีกฝ่ายในไม่ช้า

     กัปตันจอนนี่ : อืม น่าเสียดาย ข้ากำลังศึกษาคำสอนของพระพุทธองค์อยู่พอดี น่าอนาถนัก คนในกะลาแลนด์นี้ไม่เห็นคุณค่าของคำสอนอันวิเศษ เอ้า ขอสุดท้ายแล้วกันวันนี้ ข้าฟังแล้วสลดใจ



     ปลาปิก้า :ข้าทราบว่า ในช่วงนี้มีการประชุมผู้นำที่ดินแดนลุงแซม ผู้นำของกะลาแลนด์ ก็ไปร่วมประชุมด้วย เมื่อปีก่อนเห็นว่าได้รับคำชมว่า พูดภาษาปะกิตได้ชัดเจนมาก คือ พูดคำลงท้ายคำเดียวว่า แทงคิ้ว

     กัปตันจอนนี่ : โอ้ เห็นทีข้าต้องหาเวลาไปศึกษาภาษาปะกิตกับท่านผู้นำดินแดนนี้เสียแล้ว ข้าจะได้ฉลาดแบบท่านบ้าง


     (เหล่ามนุษย์ต่างดาวหันไปซุบซิบกันเบา ๆ โดยกัปตันจอนนี่มองไม่เห็น)

     คริ ๆ ข้าว่าท่านผู้นำคงอยากไปศึกษาวิธีจัดการกับฟีเมลมากกว่านะ ว่ามั้ย หุหุ 




ขอขอบคุณภาพจาก google.com
อนาคาริก
09/26/16

















10 comments:

  1. กะลาแลนด์ ดินแดนแห่งความมืดบอด พูดอย่างทำอย่าง ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง มีภาษาพูดที่ไพเราะ แต่ตัองแปล 7 ตลบ จึงจะเข้าใจ ผู้นำต่างสร้างวาทกรรมแปลกๆ เพื่อการเอาตัวรอดเวลาเจอปัญหา แล้วหลอกล่อให้ประชาชนเชื่อตาม เหมือนประชาชนเป็นสัตว์สมองน้อยที่ใช้ไถนาก็ไม่ปาน เมื่อไหร่จะถึงเวลาที่กะลาแลนด์จะสว่างซะทีนะ??? มนุษย์ต่างดาวช่วยที!!!

    ReplyDelete
  2. ทำลายล้างอีกฝ่าย คือความคิดของผู้นำ "ธงสั่งมา"

    ReplyDelete
  3. กระผมชื่อ.. เซมากูเตะ ได้รับภารกิจที่ห้องขังของ DSI รายงานตัวครับผ้ม

    ReplyDelete
  4. ตัวสมมุติทั้งนั้น ตัวจริงมันยังเพลิดเพลินหาบาปใส่ตัวกันตลอดเวลาเลย กัปตันจอนนี่เขาก็รู้จริงป่ะ

    ReplyDelete
  5. ดินแดนนี้ ปวงประชาเป็นคนตาหลก_เห็นอะไรแปลกก็ชาชินคิดว่าคือเป็นเรื่องปกติ. ของดีที่ปกติก็จับผิดใส่ความหาเรื่อง_ได้ผู้นำดีๆไม่ชอบ_ชอบแบบตาหลกๆ_เฮ้อ!!!

    ReplyDelete
  6. โอ้...อัศจรรย์ กะลาแลนด์แดนแปลกประหลาด คิดอย่างทำอย่าง

    ReplyDelete
  7. โอ้อัศจรรย์ กะลาแลนด์แดนแปลกประหลาด

    ReplyDelete
  8. โอ้อัศจรรย์ กะลาแลนด์แดนแปลกประหลาด

    ReplyDelete