Sunday, August 28, 2016

วิสัยทัศน์ของชาวบ้านป่า



วิสัยทัศน์ของชาวบ้านป่า



     เมื่อเช้านั่งจิบชาผู่เอ๋อไป ก็อ่านปรัชญาจีนไปด้วยเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ ขาดเพียงไม่มีเคราให้ลูบเล่นยามขบคิด



     อ่านไปเจอเรื่องที่สะดุดใจ เป็นเรื่องของเซียนหมากล้อม ๒ ท่าน ที่ประลองฝีมือกัน ท่านแรกเป็นแม่ทัพที่กำลังจะไปรบ อีกท่านเป็นชาวบ้านป่าธรรมดา ที่กล้าเขียนป้ายหน้าบ้านว่า "เล่นหมากล้อมอันดับ ๑ ของประเทศ" ก่อนไปรบประลองกัน ๓ กระดาน แม่ทัพชนะรวด จึงบอกให้เอาป้ายลงได้แล้ว แต่พอรบชนะกลับมาผ่านหมู่บ้าน ก็เห็นป้ายยังอยู่ เลยเข้ามาท้าอีก ๓ กระดาน คราวนี้แม่ทัพแพ้รวด แม่ทัพงุนงงสงสัยสิว่า หากเล่นเก่งขนาดนี้ ทำไมคราวโน้นกลับแพ้ ชายชาวบ้านป่าจึงบอกว่างวดนั้นเห็นแม่ทัพจะไปรบหากบั่นทอนกำลังใจ ความฮึกเหิมจะหายไป จะมีผลเสียกับการรบ แต่งวดนี้แม่ทัพชนะศึกกลับมาแล้ว เลยไม่ต้องออมมือ



     ที่สะดุดใจมีอยู่ ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ

     ๑. แม่ทัพท่านนี้ เพียงแค่เห็นป้ายว่า เล่นหมากล้อมอันดับ ๑ ของประเทศ ก็ทนไม่ไหวแล้ว ฟ้องถึงวิสัยของผู้มีอำนาจ ที่มักจะทนไม่ได้ หากมีใครที่จะมาแสดงความเก่งเหนือกว่าตนเอง

     เหตุการณ์ทำนองนี้ ในสมัยพุทธกาลก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ที่มีพราหมณ์ยากจนเอาชนะใจของตนเองยอมถวายผ้าที่ตนมีอยู่ แล้วเปล่งเสียงด้วยความปีติว่า ชิตังเม ๆ แปลว่า เราชนะแล้ว ๆ พระเจ้าปเสนทิโกศลได้ยินเข้ายังอดหงุดหงิดไม่ได้เลย

     มาในยุคปัจจุบัน ก็คงจะไม่ต่างกันเท่าไรนัก เพราะกิเลสก็ตัวเดิม โลภะ โทสะ โมหะ หากผู้มีอำนาจเห็นใครก็ตามที่มีผู้คนมาห้อมล้อม แห่แหน มาเปล่งเสียงชิตังเมกันสนั่น ก็คงจะรู้สึกเคือง ๆ ทั้งที่ความหมายคือ เขาดีใจที่เอาชนะกิเลสในตัวได้



     ในสมัยพุทธกาลนับว่ายังดี ที่พระผู้มีพระภาคเจ้ายังอยู่ พระองค์ยังสามารถชี้ให้เห็นความจริงในเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่มาในยุคนี้ หากผู้มีอำนาจไม่พอใจใครแล้ว ก็ยากที่จะห้ามได้ ยิ่งถือกฎหมายอยู่ในมือ ก็หาความผิดกันได้ตลอด พระอยู่ในป่าก็ขับไล่ว่ารุกป่า พอพระจะมาเดินธรรมยาตราในเมือง ก็บอกว่าทำไมไม่ไปเดินในป่า ตกลงจะให้ไปอยู่ดาวอังคารซะก็ไม่รู้ เห็นบางท่านแนะนำอย่างนั้นซะด้วย



     ๒. วิสัยทัศน์ของชายชาวบ้านป่า น่าทึ่งทีเดียวที่แม้เป็นชาวบ้าน แต่กลับคิดถึงเรื่องสำคัญของชาติบ้านเมืองได้

     ลองนึกภาพว่า หากชายชาวบ้านป่าไม่ยอมออมมือ มุ่งเอาชนะแม่ทัพทั้ง ๓ เกม รับรองว่าท่านแม่ทัพจะต้องท้อแท้ หดหู่ ไม่มีความฮึกเหิม จะส่งผลไปถึงการบัญชาการรบอย่างแน่นอน และนั่นก็ย่อมมีผลมาถึงประเทศชาติ



     ดูหนังดูละครแล้วก็ย้อนมาดูตัว หากผู้นำที่ใดก็ตาม มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ก็จะมองถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ได้คิดถึงแค่ผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง ไม่ได้คิดถึงแต่ฐานอำนาจของตนเองว่า หากคนนั้นขึ้นฉันจะมั่นคง หากคนโน้นขึ้นฉันอยู่ไม่ได้แน่ โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะเดือดร้อนแค่ไหน ประชาชนเขาไม่สนใจหรอกว่าใครจะเป็นอะไร เขาสนใจแค่ว่ารัฐบาลไหนที่จะช่วยให้เขาลืมตาอ้าปากได้บ้าง ไม่ใช่บอกว่าเศรษฐกิจดี แต่เขาแทบไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อ 

     ที่สำคัญผู้มีวิสัยทัศน์ย่อมมองออกว่า การจะพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองนั้น จะต้องพัฒนาคนให้มีคุณภาพด้วยศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม ไม่ใช่การไล่ล่าพระสงฆ์องค์เจ้าเหมือนที่บางประเทศทำกัน

     ก็ได้แต่หวังว่า รัฐบาลของหลาย ๆ ประเทศคงจะเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและคำนึงถึงความสุขโดยรวมของประชาชน


หากคิดไม่ได้ก็อายชายชาวบ้านป่าเนอะ



ขอขอบคุณภาพจากgoogle.com
อนาคาริก
08/28/16

83 comments:

  1. ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆมาแบ่งปันค่ะ

    ReplyDelete
  2. ปัญหาความขัดแย้งของผู้มีอำนาจ เขาน่าจะเคลียร์กันเอง โดยไม่มีผลกระทบกับประชาชน แต่ที่เห็นกลับเอาประชาชนเป็นเครื่องมือ เอาประชาชนไปเป็นเหยื่อ

    ReplyDelete
  3. อ่านแล้วตาสว่างทันที

    ReplyDelete
  4. ตรงข้ามกับบ้านเรา

    ReplyDelete
  5. เป็นเรื่องที่เปรียบเทียบได้ชัดเจน
    เราก็คิดว่ามีเฉพาะยุคนี้ เรื่องอิฉา
    ยุคก่อนๆก็มีเหมือนกันนะ

    ReplyDelete
  6. "ที่สำคัญผู้มีวิสัยทัศน์ย่อมมองออกว่า การจะพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองนั้น จะต้องพัฒนาคนให้มีคุณภาพด้วยศีลธรรม จริยธรรม และคุณธรรม" เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

    ReplyDelete
  7. คนพาลรังแกพระ

    ReplyDelete
  8. คนพาลรังแกพระ

    ReplyDelete
  9. ชาวบ้านป่ายอดเยี่ยมมาก

    ReplyDelete
  10. คนเก่งอาจจะไม่ฉลาดก็ได้

    ReplyDelete
  11. คนเก่งอาจจะไม่ฉลาดก็ได้

    ReplyDelete
  12. ความคิดแค่ชาวบ้านยุคเก่ายังมีค่ามากกว่าผู้ปกครองในเมื่องไทยยุคนี้หลายเท่าเลย สาธุครับ

    ReplyDelete
  13. ความคิดแค่ชาวบ้านยุคเก่ายังมีค่ามากกว่าผู้ปกครองในเมื่องไทยยุคนี้หลายเท่าเลย สาธุครับ

    ReplyDelete
  14. ชาวบ้านป่าได้คิดก็คิดได้ สกิดใจชาวเมืองให้ได้คิด

    ReplyDelete
  15. เขียนได้ยอดเยี่ยมมากครับ

    ReplyDelete
  16. ถ้าผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองคิดได้มีใจเป็นกลาง เราประชาชนตาดำๆๆ คงจะลืมตาอ้าปากทันเขาบ้างน๊อะ คิดสักนิดก่อนลงมือ หรือจะหั้ยสายไปกว่านี้ แค่นี้ก็เดือดร้อนพอแล้ว ขอบคุณ

    ReplyDelete
  17. ก็ได้แต่หวังว่า รัฐบาลของหลาย ๆ ประเทศคงจะเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและคำนึงถึงความสุขโดยรวมของประชาชน


    หากคิดไม่ได้ก็อายชายชาวบ้านป่าเนอะ

    ReplyDelete
  18. อยากให้ผู้มีอำนาจดูแลประเทศ ได้อ่านแลัวนำไปใช้ทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมบ้างค่ะ

    ReplyDelete
  19. ชาวบ้านป่า เป็นผู้ฉลาดในธรรมชาติของสิ่งแวดล้อมและจิตใจตน เข้าถึงธรรมชาติและเข้าใจธรรมชาติได้ง่าย ถูกตัณหาครอบงำน้อย แนะนำได้ง่าย แต่คนเมืองส่วนใหญ่ไม่ค่อยเข้าใจธรรมชาติ โดยเฉพาะจิตใจตนเองที่ถูกตัณหามิจฉาทิฏฐิควบคุม เมื่อมีอำนาจก็ย่อมใช้อำนาจในทางที่ผิดธรรม เบียดเบียนสมณะผู้ประพฤติธรรม และทำให้หมู่ชนเป็นอันมากเดือดร้อน มีทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะในกาลที่โลกเสื่อม อายุมนุษย์สั้นลง

    ReplyDelete
  20. ที่บ้านเมืองวุ่นวายเพราะคนเก่งนิสัยไม่ดีและไม่มีคุณธรรม คุณธรรมสำคัญกว่าความเก่ง การฝึกให้คนเก่งง่ายกว่าฝึกให้คนมีคุณธรรม

    ReplyDelete
  21. พวกเขาฉลาดหรือโง่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ เขาไม่มี ธรรม เลยค่ะ

    ReplyDelete
  22. สาธุ เรื่องนี้ให้ข้อคิดดีมากค่ะ ถ้าทุกคนจะทำอะไรให้คิดถึงประเทศชาติ บ้านเมืองก่อน เราคงจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข สังคมก็จะพัฒนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป

    ReplyDelete
  23. เยี่อมค่ะสาธุค่ะ

    ReplyDelete
  24. เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากๆ

    ReplyDelete
  25. เป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมากๆ

    ReplyDelete
  26. วิสัยทัศน์ของผู้มีปัญญาไม่ว่าจะอยู่ในสถานภาพใดก็มองการณ์ไกลได้เฉียบคมจริง

    ReplyDelete
  27. ได้ข้อคิดที่ดีมากๆ ขอบคุณบทความดีๆ ที่สอนให้รู้ความเป็นจริงคนในสังคมนี้ครับ

    ReplyDelete
  28. เขียนได้ดีมากครับ กดไลด์รั่วๆเลย

    ReplyDelete
  29. สาธุค่ะ เนื้อหาดีมากเลยค่ะ ^^

    ReplyDelete
  30. ชาวป่าชาวดอยมักมีใจบริสุทธิ์ เพราะไม่มีอะไรจะเสียไม่เหมือนคนมีอำนาจเนอะ คิดภึงตอนที่ต้องลงจากหลังเสือบ้างนะ

    ReplyDelete
  31. กำจัดกิเลสในใจเราให้ได้แล้วใจเราจะใสคะสาธุดีมากเลยคะ

    ReplyDelete
  32. คติธรรมที่สอนใจดีมากๆค่ะ

    ReplyDelete
  33. คติธรรมที่สอนใจดีมากๆค่ะ

    ReplyDelete
  34. เรื่องราวดี สอนใจตัวเราได้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

    ReplyDelete
  35. ....เพราะการดูถูกสติปัญญา ความคิดของผู้อื่น หรือคิดว่าฝ่ายตนมีอำนาจเหนือกว่า..นั้นย่อมถือว่า พลาด และประมาทเสียแร้ว!!!!

    ....คนชั่วร้าย ย่อมไม่มีวันตามแผน หรือตามเกมส์ของคนดีๆได้ทัน เพราะความชั่วบดบังยุทธวิธี และบดบังดวงปัญญาที่จะเข้าใจ

    ..คนบ้าอำนาจ จะปราชัย เมื่อใช้อำนาจ และความโลภ...สุดท้ายผู้ถูกรังแก จะมีชัยเหนือกว่า และความจริงย่อมชนะความลวง ความโกหกทั้งปวง!!!!

    ReplyDelete
  36. สาธุ สาธุ สาธุ

    ReplyDelete
  37. สาธุ สาธุ สาธุ

    ReplyDelete
  38. บัณฑิตนักปราชญ์ ย่อมมีวิสัยทัศน์ลึกซึ้งกว้างไกล รู้กาลเทศะ รู้สถานการณ์ ที่เหมาะสม ที่ถูกที่ควร เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและส่วนรวมอย่างสูงสุด

    ReplyDelete
  39. สวรรค์ส่งมาให้เก่งคนละอย่าง. อย่าเบียดเบียนกัน

    ReplyDelete
  40. เก่งคนละอย่าง งั้นควรให้

    ReplyDelete

  41. หวังว่ารัฐบาลชุดนี้ จะมีวิสัยทัศน์จ เเละทำให้พุทธศาสนา เจริญรุ่งเรืองต่อไป

    ReplyDelete
  42. นี่แหละคนจริง

    ReplyDelete
  43. บ้านเมืองวุ่นวายเพราะคนที่บริหารไร้ซึ่งความยุติธรรม เอาอารมณ์บริหารบ้านเมือง

    ReplyDelete
  44. อนุโมทนาบุญค่ะสาธุๆ

    ReplyDelete
  45. อยากให้คนใหญ่คนโตได้อ่าน และรู้จักนำไปสอนตนเอง ให้ประพฤติดีปฏิบัติชอบให้เหมาะสมกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

    ReplyDelete
  46. โดนครับ เปรียบเทียบได้เห็นภาพชัดเจนมาก เอาอีกๆ ครับ

    ReplyDelete
  47. วิสัยทัศน์ของผู้นำที่มีปัญญา ย่อมพัฒนาบ้านเมืองคู่กับการปลูกฝังศีลธรรมในจิตใจคน

    ReplyDelete
  48. โลกธรรม8 นั้นมีอยู่ไม่มีอะไรเที่ยงแท้จริงๆ

    ReplyDelete
  49. โลกธรรม8 นั้นมีอยู่ไม่มีอะไรเที่ยงแท้จริงๆ

    ReplyDelete
  50. เขาเรียก ปัญญาถูกความโลภครอบงำ ถูกให้ผิดวัดรุ่งให้เป็นวัดร้าง

    ReplyDelete
  51. ลึกซึ้ง ลึกชึ้ง ยิ่งนัก ช่างลึกซึ้งจริงๆ ขอคารวะ1 จอกครับ

    ReplyDelete
  52. เยี่ยมยอดสุดๆครับ

    ReplyDelete
  53. โดนใจมากค่ะ เปรียบเทียบได้ถูกต้องค่ะ ข้าน้อยขอคาราวะท่านผู้เจริญสาธุค่ะ

    ReplyDelete
  54. โดนใจมากค่ะ เปรียบเทียบได้ถูกต้องค่ะ ข้าน้อยขอคาราวะท่านผู้เจริญสาธุค่ะ

    ReplyDelete
  55. ความจริงวันนี้ ...

    ReplyDelete