Saturday, June 24, 2017

เพราะพระหลอกง่ายใช่ไหมโยม?



เพราะพระหลอกง่ายใช่ไหมโยม?

        ในช่วงนี้มักจะเห็นข่าวเกี่ยวกับพระในเชิงลบออกมาบ่อย ๆ และหากสังเกตให้ดี จะเป็นช่วงใกล้เข้าพรรษาของทุกปี ก็ไม่อยากจะคิดมากว่ามีอะไรแอบแฝงหรือไม่(แต่ก็อดคิดไม่ได้แหละ)

        ไม่กี่วันมานี้ก็มีข่าวที่ออกตามสื่อต่าง ๆ เป็นไปในทำนองว่า ต้องมีการเข้ามาจัดการกับทรัพย์สินของวัด มีการขานรับกันทั้งหน่วยงานของรัฐและผู้หวังดี(หรือปล่าว)



        ผู้เขียนเคยสนทนากับพระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง ท่านบอกว่า “พระคือ ผู้ที่หลอกง่ายที่สุด” เมื่อได้ยินในตอนนั้นผู้เขียนก็ได้แต่รับฟัง เพราะนึกว่าท่านพูดขำ ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปเป็น ๑๐ ปี มาเข้าใจแจ่มแจ้งถึงบางอ้อ เอาวันนี้

        โถ ก็พระผู้เฒ่า หลวงปู่ หลวงตาทั้งหลาย ตามต่างจังหวัด ส่วนมากท่านก็บวชมาตั้งแต่เป็นเณร ด้วยคุณธรรมความดี ทำให้เป็นที่ยอมรับจนได้เป็นเจ้าอาวาส แล้วเป้าหมายของการบวชของท่านก็เพื่อสืบอายุพระพุทธศาสนา ไม่ได้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมกิเลสมนุษย์ เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาบอกว่า “หลวงปู่ หลวงตา ผมจะช่วยหาเงินมาปรับปรุงวัด เอาว่า ผมจะหามาให้สัก ๑๐ ล้าน แต่มันมีค่าดำเนินการราว ๘ ล้าน หลวงปู่ หลวงตา จะว่าไง” แหม นั่งอยู่เฉย ๆ มีคนมาเสนอถึงที่ แล้วได้ตั้ง ๒ ล้าน ท่านก็ต้องเอาสิ แล้วผลเป็นไง กลายเป็นว่า พระผิดซะนี่ แถมหาเหตุจะเข้ามาจัดการทรัพย์สินวัดซะด้วย แทนที่จะไปหาเหตุว่า ต้นตอแห่งความผิดอยู่ที่ไหน แล้วไปยกเครื่องปรับปรุงที่หน่วยงานที่ทุจริตนั้น ๆ 
         อย่างว่าแหละ “พระคือผู้ที่ถูกหลอกง่ายที่สุด”



        ความจริงเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว พระก็เคยถูกหลอกให้เสียท่ามาจนถึงทุกวันนี้ จะอะไรหล่ะ หากไม่ใช่ ถูกใครก็ไม่รู้ หลอกให้ดีใจว่า “เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงาน” ฟังดูก็โก้ดี แต่ที่ไหนได้ ตำแหน่งเจ้าพนักงานดังกล่าว เอาไว้สำหรับติดคุกโดยเฉพาะ เพราะหากเจ้าอาวาสทำอะไรผิดแทนที่จะเป็นเรื่องธรรมดา ๆ กลายเป็นมีความผิดตาม ม. ๑๕๗ คือ เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งพร้อมจะถูกจับสึกได้ตลอดเวลา

        นี่ดีนะ ที่เจ้าอาวาสวัดใหญ่วัดหนึ่ง รู้เท่าทันไม่ยอมรับการยัดเยียดข้อหา เพียงแค่การรับประเคนจากญาติโยม จะให้ผิดทั้งฟอกเงิน รับของโจร มิฉะนั้น ป่านนี้พระทั้งแผ่นดิน คงได้โดนข้อหาดังกล่าวกันอย่างถ้วนทั่ว

        แหม ยังไม่ทันตาย ก็หลอกพระซะแล้วนะโยม






อนาคาริก
06/24/17



12 comments:

  1. อยากให้ ทุกคนเกรงกลัวบาป จังเลยค่ะ และก็เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันในการทำความดีค่ะ

    ReplyDelete
  2. กราบอนุโมทนาบุญกับพระอาจารย์ค่ะ เขียนดีมากค่ะ

    ReplyDelete
  3. อย่าหลอกพระเลย ทางไปอบาย ทุกข์ทรมานสาหัส อย่าทำ..

    ReplyDelete
  4. อย่าหลอกพระเลย ทางไปอบาย ทุกข์ทรมานสาหัส อย่าทำ..

    ReplyDelete
  5. พระท่านเมตตาแต่คนมันใจชั่วยิ่งกว่างูเห่า

    ReplyDelete
  6. ในบ้านเมืองยุคนี้ ยังแก้ไขอะไรตามใจไม่ได้ ก็ให้สวดธรรมจักรกันไป โดยเฉพาะในวันอาสาฬหบูชา
    สวดไปไม่มีเหนื่อย มีแต่ความใส พลังแสงความบริสุทธิ์นี้จะขับไล่สิ่งชั่วร้ายที่เป็นภัยต่อพระพุทธศาสนาออกไป นำสิ่งดีงามมาสู่ผู้สวดอย่างน่าอัศจรรย์ ขอให้มีความเชื่อมั่นในคุณของพระรัตนตรัยเถิดนะชาวพุทธทั้งหลาย โดยเฉพาะมาสวดในวันอาสาฬหบูชาเป็นวันครบรัตนสาม อานุภาพบุญส่งผลเต็มที่แก่ผู้ตั้งใจจริงใจและมีความศรัทธา เพราะว่า....
    "นตฺถิ เม สรณํ อญฺญํ พุทฺโธ เม สรณํ วรํ
    ......ธมฺโธ เม สรณํ วรํ............สงฺโฆ เม สรณํ วรํ
    เอเตน สจฺจวชฺเชน โหตุ เต ชยมงฺคลํ
    ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระพุทธเจ้า เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า......
    ...พระธรรม เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า........พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งของข้าพเจ้า
    ด้วยสัจวาจานี้ ขอความเจริญคือชัยชนะจงมีแต่ท่านเถิด

    ReplyDelete
  7. (rose stalk)รักษาความบริสุทธิ์

    (shiny) ระวังรักษากาย วาจา ใจ ของเราให้สะอาดบริสุทธิ์ ผ่องใสอยู่เสมอ ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วบารมีที่เราได้ก็จะบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น

    (shiny) เมื่อบารมีบริสุทธิ์มากขึ้น พญามารก็จะปนเป็นไม่ได้ สมบัติทั้งหลายที่บังเกิดขึ้นแก่เรา ก็จะบริสุทธิ์ตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติ ตลอดจกระทั่งการศึกษาวิชชาธรรมกาย เราก็จะเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย อย่างง่ายดาย

    ReplyDelete
  8. พวกเปรตหากินกับวัดกับพระท่านแหมยังไม่ทันตายเลยก็เป็นเปรตแล้ว

    ReplyDelete
  9. แหม ยังไม่ทันตาย ก็หลอกพระซะแล้วนะโยม/
    คงฝึกไว้ก่อนแน่ๆเลย

    ReplyDelete
  10. อย่าไปเบียดเบียนท่านเลย
    พระท่านมีแต่ความเมตตา
    ญาติโยมก็ได้พึ่งพา เป็นขวัญกำลังใจในยามที่ต้องประสบทุกข์ภัย ที่สำคัญมันบาปมากเลยค่ะ (เชื่อหรือไม่ชื่อต้องใช้เวลาพิสูจน์

    ReplyDelete
  11. คนพาลคิดว่าพระไม่มีอาวุธ ไม่ทำอะไร แต่วิบากกรรมหนักหนาสาหัสไปทุกชาติเอย.

    ReplyDelete
  12. เป็นเพราะบางคนมีวินิจฉัยเสีย ขาดหิริโอตตัปปะ
    จึงทำทุกอย่าง เพื่อผลประโยชน์อย่างเดียว

    ReplyDelete