วัดใจท่านนายกฯ
คนเราหากไม่เดือดร้อนจริง ๆ คงไม่มีใครกล้าเอ่ยปากโวยวายรัฐบาล โดยเฉพาะกับรัฐบาลที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
“...ถ้าสหกรณ์มีอันเป็นไปหรือล้ม ก็อย่ามาโทษผม ว่าผมฟื้นฟูไม่ได้...”
ก็เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจจริง ๆ เพราะที่ผ่านมามีเรื่องเจ้าหน้าที่ทุจริตจากการขายที่ดินของกลางยังไม่พอ ยังไปอายัดของกลางไว้อีก เป็นมูลค่ากว่า 3,800 ล้านบาท ซึ่งทางประธานฟื้นฟูฯ ก็ได้พูดอย่างชัดเจนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมามีเพียงกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเท่านั้นที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเยียวยา(ซึ่งน่าแปลกใจว่า แทนที่จะได้รับคำชมเชย กลายเป็นว่าถูกแจ้งข้อหาเรี่ยไรซะนี่)
และเพราะได้ปัจจัยจากลูกศิษย์วัดกลุ่มนี้จึงทำให้สหกรณ์มีเงินไปชำระหนี้ แต่ปัญหาที่กำลังจะมาถึงนี้ก็คือ สหกรณ์ไม่มีเงินที่จะไปชำระหนี้ในรอบต่อไปแล้ว
ถามว่า จะพอมีเงินก้อนไหนหรือไม่ ก็ตอบได้ชัดเจนว่า ก็จากทรัพย์สินที่อัยการและดีเอสไอได้ยึดไปเป็นของกลางในคดีนั่นแหละ
ผู้อ่านคิดว่า ทั้งสองหน่วยงานนั้นจะคืนหรือไม่?
หากยอมคืนง่าย ๆ ท่านประธานฟื้นฟู คงไม่ต้องออกมาพูดว่า สหกรณ์เตรียมฟ้องเป็นคดีอาญาหากไม่ยอมคืน
ความจริงแล้วมีวิธีที่ง่ายกว่าการฟ้องคดีอาญาซะอีก ทำไงหรือครับ ไหน ๆ ท่านผู้นำก็ชอบใช้ ม. 44 อยู่แล้ว ก็ใช้ ม. 44 สั่งให้สองหน่วยงานนั้น "คืนของกลาง" ให้สหกรณ์เพื่อเขาจะได้ไปหาวิธีจัดการต่อไปสิครับ
ก็คงต้องวัดใจกันว่า หากเป็นเรื่องแบบนี้ จะป๊อดหรือปล่าว
วัดใจกันหน่อยนะครับท่าน
อนาคาริก
03/04/17























